หุ่นดีสร้างได้! ด้วยลู่วิ่งไฟฟ้า เครื่องออกกำลังกายสุดฮิตที่ทุกบ้านควรมี

การออกกำลังกายถือเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกาย และหากเอ่ยถึงการออกกำลังกายแทบทุกคนจะนึกถึงการวิ่งเป็นอันดับแรก แต่หากใครที่ไม่สะดวกจะวิ่งนอกบ้าน การเลือกซื้อลู่วิ่งถือเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์คุณอย่างมาก

ซึ่งวันนี้เราอาสาพามาดูกันว่าลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อใดจะดีและเหมาะสมกับคุณที่สุด

 

1. POWER REFORM ลู่วิ่ง 4 แรงม้า รุ่น Striker
สำหรับลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อแรกที่เราอยากแนะนำกันในวันนี้ คือลู่วิ่ง POWER REFORM 4 แรงม้า โดดเด่นด้วยการปรับความเร็วได้ถึง 1-20 km/hr ซึ่งเป็นความเร็วเท่ากับเครื่องเล่นในฟิตเนส ที่สำคัญยังปรับความชันได้มากถึง 20 ระดับ มาพร้อมโช้คคู่เทคโนโลยี 6 Level Shock Absorption ทำให้ลดแรงกระแทกทั้งบริเวณข้อเท้าและหัวเข่าที่สำคัญยังมีหน้าจอการทำงานแบบ LCD ขนาดสายพานกว้างจึงรองรับแม้ผู้ที่มีน้ำหนักสูงถึง 140 กิโลกรัม ที่สำคัญยังมีโปรแกรมออกกำลังกายให้คุณได้เลือกถึง 25 โปรแกรมและเล่นเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือได้ สามารถใส่น้ำมันให้สายพานได้ง่ายด้วยระบบ Auto-Inject Lubrication แค่กดปุ่มเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี Power Reform ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

2. HHsociety ลู่วิ่ง 3.0 แรงม้า รุ่น S900
HHsociety รุ่น S900 เป็นลู่วิ่งที่มี 5 ฟังก์ชั่นการใช้งาน ได้แก่ วิ่ง,Twist, Sit Up, Dumbbell และการสลายไขมันที่อยู่ในเครื่องเดียว ด้วยมอเตอร์ 3 แรงม้าที่เร่งความเร็วได้ 0.8- 16.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบโช๊คคู่ที่รองรับแรงกระแทกลดการบาดเจ็บระหว่างการวิ่ง สามารถปรับความชันได้ถึง 12 ระดับ หากใครชอบฟังเพลงระหว่างออกกำลังกายคงถูกใจเพราะมีระบบการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงด้วยสาย USB และสาย AUX โดยมีลำโพงมากถึง 4 ตัว นอกจากนี้ยังมีเครื่องสั่นสลายไขมันและโปรแกรมการออกกำลังกายมาให้ถึง 12 โปรแกรม ตัวเครื่องทนทาน มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ 120 กิโลกรัม อีกทั้งยังมีระบบ Safety Key ป้องกันอันตรายจากการใช้งานลู่วิ่งไฟฟ้า

 

 

3. Reebok Treadmill RVON-10121BK (GT40S)
หากใครที่ตามหาลู่วิ่งไฟฟ้ากำลังไม่แรงมาก ต้องเป็นลู่วิ่ง Reebok Treadmill RVON-10121BK (GT40S) มาพร้อมมอเตอร์ 2 แรงม้า ซึ่งสามารถปรับความเร็วไปที่ 1-16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือสามารถปรับความเร็วได้ 4 ระดับ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม BMI ให้คุณคำนวณน้ำหนักที่เหมาะสมด้วยตัวเองที่สำคัญยังมีโปรแกรมการวิ่งมาให้มากถึง 36 โปรแกรม จุดเด่นลู่วิ่งรุ่นนี้คือการปรับความชันได้อัตโนมัติมากถึง 12 ระดับ มีเซ็นเซอร์วัดชีพจรแบบ Hand Pulse และยังใช้เทคโนโลยี ONE Series สำหรับรองรับแรงกระแทกอีกด้วย หากใครชื่นชอบการฟังเพลงระหว่างวิ่งก็ยังสามารถเชื่อมต่อเพลง MP3 ได้อย่างสะดวกสบาย ฟังได้อย่างเพลิดเพลินด้วยลำโพงเสียงคุณภาพ มีความทนทาน รองรับน้ำหนักได้ 110 กิโลกรัม และมีล้อ 4 ล้อ เคลื่อนที่ไปได้ตามต้องการในบ้านของคุณ

การเลือกลู่วิ่ง ควรเน้นไปที่งบประมาณเป็นหลัก รองลงมาคือฟังก์ชั่นการใช้งานที่คุณต้องการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การเลือกซื้อลู่วิ่งของคุณนั้น คุ้มค่า โดนใจ ไม่เปลืองงบประมาณในกระเป๋า

Leave a Reply

Your email address will not be published.